เปิดสนามเตรียมระเบิดแข้งบอลเยาวชน BMA U17 Invitation Super Cup 2020 ชิงถ้วยเกียรติยศ และทุนการศึกษา 250,000 บาท

สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร ดึงทีมดังระดับประเทศ ร่วมระเบิดแข้งในศึกลูกหนัง BMA U17 Invitation Super Cup 2020 เปิดสนามนัดแรก 30 ต.ค. นี้ ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง

วันนี้ (25 ก.ย. 63) ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง : สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และพันธมิตรผู้สนับสนุน ร่วมกันแถลงข่าวจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน รุ่นอายุ 17 ปี รายการ BMA U17 Invitation Super Cup 2020 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 5 ธันวาคม 2563 ณ สนามศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อมทุนการศึกษารวม 250,000 บาท

นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร นพ.พิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการแถลงข่าว โดยได้รับเกียรติจากคุณธารา พฤกษ์ชะอุ่ม กรรมการบริหารบริษัท แกรนด์สปอร์ตกรุ๊ป จำกัด คุณสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) คุณจีระศักดิ์ พิศิฏฐศักดิ์ กรรมการบริหารบริษัท เมด้าฟามาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตภัณฑ์ Reparil นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้แทนบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด พร้อมแขกรับเชิญ นางงาม คุณมาริม่า สุภัทรา เกลี้ยงพร้อม มิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร 2020 คุณอมีน่า มูซูกูต้า ยาเน่ รองอันดับสองมิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร 2020 และคุณยูริ พิมพ์ณดา ศิระลักษมีธรรม มิสป๊อปปูล่าโหวต มิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร 2020 พร้อมทั้งอดีตผู้เกี่ยวข้องในวงการฟุตบอล อดีตนักเตะทีมชาติไทย มากมาย อาทิ คุณธวัชชัย สัจจกุล (บิ๊กหอย) คุณสุรชัย จตุรภัทรพงษ์ คุณเทิดศักดิ์ ใจมั่น คุณจตุพร ประมลบาล คุณอนุรักษ์ ศรีเกิด สต๊าฟโค้ชทีมชาติไทย คุณรณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้บริหารโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน และสื่อมวลชน ร่วมในการแถลงข่าว

ในการแข่งขัน BMA U17 Invitation Super Cup 2020 สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้พิจารณาทีมเข้าร่วมการแข่งขันจากโรงเรียนหรือศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลชั้นนำของประเทศ จำนวน 11 ทีม และทีมจากโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร โดยการแข่งขันรอบแรกแบ่งออกเป็น 3 สาย สายละ 4 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมด ทีมที่มีคะแนนรวมอันดับ 1 และอันดับ 2 ของแต่ละสาย 6 ทีม และทีมอันดับที่ 3 ที่ดีทีสุดอีก 2 ทีม จะได้เข้าไปแข่งในรอบสอง 8 ทีม การแข่งขันรอบสองเป็นแบบแพ้คัดออก และการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ทีมแพ้เข้าชิงอันดับ 3 ทีมชนะรอบรองชนะเลิศเข้าไปชิงชนะเลิศ

โดยทีมชนะเลิศจะรับได้เงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ทีมรองชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท ทีมอันดับ 3 ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท ทีมอันดับ 4 ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท ทีม 4 ทีมที่เข้ารอบสองได้รับเงินรางวัลทีมละ 10,000 บาท และพิเศษรางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท นอกจากรางวัลการแข่งขันดังกล่าวแล้ว ทุกทีมจะได้รับผลิตภัณฑ์จากผู้สนับสนุน ได้เเก่ Reparil Ice ลูกฟุตบอล Grand Sport ผลิตภัณฑ์นมไทยเดนมาร์ก ฯลฯ เพื่อใช้ในการเตรียมทีม ฝึกซ้อม ในการแข่งขันอีกด้วย

ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน ประกอบด้วยทีมจากโรงเรียนหรือศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลชั้นนำ (Academy) ระดับประเทศร่วมแข่งขัน 4 ทีม และทีมระดับโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร 8 ทีม รวมเป็น 12 ทีม ประกอบด้วย               1.บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี่ (โรงเรียนภัทรบพิตรวิทยาคม)   2.ชลบุรี เอฟซี (โรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม)   3.บางกอกกล๊าส เอฟซี (โรงเรียนวัดเขียนเขต)   4.เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม)   5.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  6.โรงเรียนเทพศิรินทร์  7.โรงเรียนอัสสัมชัญ   8.โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย  9.โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี                     10.โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี  11.โรงเรียนปทุมคงคา 12.โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร

สำหรับผลการจับฉลากแบ่งสายออกเป็น 3 สาย ประกอบด้วย สาย A ชลบุรี เอฟซี (โรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม), โรงเรียนเทพศิรินทร์, โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย สาย B บางกอกกล๊าส เอฟซี (โรงเรียนวัดเขียนเขต), โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี และโรงเรียนปทุมคงคา  สาย C บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี่ (โรงเรียนภัทรบพิตรวิทยาคม), โรงเรียนอัสสัมมชัญ, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี, และเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม)

นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในอดีตกรุงเทพมหานครเคยจัดการแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ ในระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา ใช้งบประมาณจากกรุงเทพมหานครมาโดยตลอด ต่อมาได้ยกเลิกไป สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานครตระหนักถึงการพัฒนาศักยภาพทางด้านกีฬาของเยาวชนและประชาชน และต้องการให้การแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยไม่ได้ใช้งบประมาณจากกรุงเทพมหานคร ประเดิมด้วยการจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน รุ่นอายุ 17 ปี รายการ BMA U17 Invitation Super Cup 2020 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร สำหรับการแข่งขันเลือกการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน ซึ่งทางสมาคมได้พิจารณาถึงการพัฒนาเยาวชน จึงเลือกรุ่นอายุ 17 ปี เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะด้านกีฬาให้กับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง และไม่ทับซ้อนกับการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนของกรมพลศึกษา ที่จัดการแข่งขันในรุ่นอายุ 18 ปี, 16 ปี และ 14 ปี

ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ใช้มาตรฐานเดียวกับการแข่งขันระดับชาติ สนามขนาดมาตรฐาน FIFA และมีการปรับปรุงสนามใหม่ โดยบริษัท พันตา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาปรับปรุงพื้นหญ้าสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เช่น สนามช้างอารีนา หรือ ธันเดอร์คาสเซิลสเตเดียม จ.บุรีรัมย์, สนามลีโอ สเตเดี้ยม จ.ปทุมธานี และ สนามทรู สเตเดี้ยม (สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต) เป็นต้น

ด้านการแข่งขัน ทุกทีมจะลงเล่นเพียง 1 ครั้ง/สัปดาห์ ในช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ทำให้นักเตะมีความฟิตของร่างกาย สนามมีความสมบูรณ์ ลดการบาดเจ็บของนักกีฬา ส่งเสริมให้เกิดการเล่นฟุตบอลอย่างมีประสิทธิภาพ และตนมั่นใจว่าการแข่งขันในครั้งนี้นอกจากเป็นการส่งเสริมการกีฬาของกรุงเทพมหานครแล้ว จะสามารถพัฒนาทักษะและฝีเท้าของนักเตะเยาวชนให้มีศักยภาพไปสู่นักฟุตบอลอาชีพได้ในอนาคต สำหรับมาตรการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข การจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันและผู้เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามมาตรการควบคุม COVID 19 ที่ทางราชการและกรุงเทพมหานครกำหนดอย่างเคร่งครัด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed